มุซตะฮับต่าง ๆ สำหรับอุมเราะฮฺ

ก่อนอิฮฺรอม
๑.ให้เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนซิลเกาะดะฮฺเป็นต้นไป แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ให้เริ่มที่เดือนซิลฮิจญฺ และต้องไม่ตัดผมหรือหนวดเคราให้สั้น
๒. ก่อนครองอิฮฺรอมต้องชำระล้างร่างกายให้สะอาด
๓.ให้เตรียมกรรไกร หรือที่ตัดเล็บให้เรียบร้อย
๔. ก่อนครองอิฮฺรอมที่มีกอต ให้ฆุซลฺอิฮฺรอมก่อน

ขณะครองอิฮฺรอม
๑.ถ้าเป็นไปได้ให้อิฮฺรอมหลังนะมาซซุฮรฺ แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้ให้อิฮฺรอมหลังนะมาซวาญิบอื่น และถ้าเป็นไม่ได้อีก ให้อิฮฺรอมหลังนะมาซนาฟิละฮฺ ๖ เราะกะอัต[๑๗]หรือ ๒ เราะกะอัต ซึ่งเราะกะอัตแรกหลังจากฟาติฮะฮฺให้อ่าน ซูเราะฮฺเตาฮีด ส่วนเราะกะอัตที่ ๒ ให้อ่านซูเระา กุลยาอัยยุฮัลกาฟิรูน แต่ให้นะมาซ ๖ เราะกะอัตดีกว่า

๒.หลังนะมาซ ให้กล่าวสรรเสริญอัลลอฮฺ (ซบ.) และประสาทพรแก่ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และลูกหลาน
๓. ขณะครองอิฮฺรอมให้กล่าวว่า

มุซตะฮับตัลบียะฮฺ (กล่าวลับบัยกฺ)
لَبَّيْكَ اَللَّهُمَّ لَبَّيْكَ إِنَّ الْحَمْدَ وَ الْنِعْمَةَ لَكَ وَ الْمُلْكُ لاَ شَرِيْكَ لَكَ لَبَّيْك

๑. ตัลบียะฮฺให้กล่าวซ้ำขณะที่อยู่ในอิฮฺรอม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่
- หลังตื่นนอน
- หลังนะมาซวาญิบ และมุซตะฮับ
- เมื่อเวลาจะขึ้นพาหนะ
- ขณะที่โดยสารหรือลงจากพาหนะ
- ขณะที่ขึ้นบนเนินเขาเล็ก ๆ
- ช่วงเวลาสุดท้ายของคืน
- ช่วงเวลาเช้าตรู่

หยุดกล่าวตัลบียะฮฺ
สำหรับผู้ที่ครองอิฮฺรอมอุมเราะฮฺตะมัตตุอฺ เมื่อเห็นกะอฺบะฮฺ อิฮฺติยาฏวาญิบให้หยุดกล่าว ตัลบียะฮฺ

มักรูฮฺ(พฤติกรรมที่ไม่พึงปฏิบัติ)ในขณะอิฮฺรอม

๑. อิฮฺรอมด้วยผ้าสีดำ
๒. อิฮฺรอมด้วยผ้าที่สกปรก
๓.อาบน้ำและโดยเฉพาะอย่างถูตัวด้วยผ้าขัดตัว หรือสิ่งที่คล้ายคลึงกัน
๔.กล่าวลับบัยกฺตอบ เมื่อมีผู้อื่นร้องเรียก

มารยาทในการเข้ามัสญิดอัล ฮะรอม

๑. มุซตะฮับ ก่อนเข้ามัสญิด อัล-ฮะรอมให้ฆุซลฺ
๒. มุซตะฮับ ให้เดินเท้าเปล่าเข้ามัสญิด อัล-ฮะรอมด้วยความหนักแน่นและถ่อมตน
๓. มุซตะฮับ ให้เข้ามัสญิดทางประตู บะนีชัยบะฮฺ[๑๘] กล่าวว่าประตูดังกล่าวตรงข้ามกับประตู บาบุสสลาม
๔. มุซตะฮับ ให้ยืนตรงประตูทางเข้ามัสญิด และตามที่บันทึกไว้ในหนังสือดุอาอฺ

มารยาทและมุซตะฮับเฏาะวาฟ

ขณะเฏาะวาฟมุซตะฮับให้กล่าวว่า
اللهم إني اسألك باسمك الذي يمشى به على طلل

มุซตะฮับขณะเฏาะวาฟให้กล่าวว่า
أللهم إنى اليك فقير و إنى خائف...

ให้เซาะละวาตแก่ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และลูกหลานของท่านให้มาก และเมื่อมาถึงประตูกะอฺบะฮฺให้ดุอาอฺว่า
سائلك فقيرك مسكينك...

เมื่อเดินมาถึง ฮิจรุลอิซมาอีล ตรงกับรางทองให้เงยหน้าขึ้นแล้วกล่าวว่า
اللهم أدخلنى الجنّة و أ جرنى من النار

เมื่อผ่าน ฮิจรุลอิซมาอีล และมาถึงด้านหลังกะอฺบะฮฺให้กล่าวว่า
يَا ذَالْمَنِّ وَ الطَّوْلِ يَا ذَا الْجُودِ وَ الْكَرَمِ إِنَّ عَمَلِىْ ضَعِيْفٌ فَضَاعِفْهُ لِى وَ تَقَبَّلْهُ مِنِّي إِنَّكَ أَنْتَ السَّمِيْعُ الْعَلِيْمُ

เมื่อมาถึง รุกยะมานี ให้ยกมือขึ้นและกล่าวว่า
يا ألله يا وليّ العافية و خالق العافية و رازق العافية

ให้เงยหน้าแหงนมองกะอฺบะฮฺพร้อมทั้งกล่าวว่า
الحمد لله الذي شرفك و عظمك

เมื่อไปถึงตรงกลางระหว่างรุกยะมานี และฮะญะรุลอัซวัดให้กล่าวว่า
رَبَّنَا آتِنَا فِى الدُّنْيَا حَسَنَةً وَ فِى الْآخِرَةِ حَسَنَةً وَ قِنَا عَذَابَ النَّارِ

มุซตะฮับนะมาซเฏาะวาฟ

นะมาซเฏาะวาฟมี ๒ เราะกะอัต เราะกะอัตที่ ๑ หลังจากฟาติฮะฮฺให้อ่าน ซูเราะฮฺเตาฮีด เระากะอัตที่ ๒ หลังจากฟาติฮะฮฺให้อ่าน ซูเราะฮฺญะฮดฺ (กุลยาอัยยุฮัลกาฟิรูน)[๑๙] เมื่อนะมาซเสร็จแล้ว ให้กล่าวสรรเสริญอัลลอฮฺ (ซบ.) และกล่าวเซาะละวาตแก่ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และลูกหลานผู้บริสุทธิ์ของท่านโดยกล่าวว่า

أَللَّهُمَّ تَقَبَّلْ مِنِّي وَلاَ تَجْعَلْهُ آخِرَ الْعَهْدِ مِنِّي أَلْحَمْدُ لِلَّهِ بِمَحَامِدِ كُلِّهَا عَلَى نَعْمَائِهِ كُلِّهَا حَتَّى يَنْتَهِىَ الْحَمْدُ إِلَى مَا يُحِبُّ وَ يَرْ ضَى أَللَّهُمَّ صَلِّ عَلَى مُحَمَّدٍ وَ آلِ مُحَمَّدٍ وَ تَقَبَّلْ مِنِّي وَ طَهِّرْ قَلْبِيْ وَ زَكِّ عَمَلِي

มุซตะฮับก่อนซะอียฺ

หลังจากนะมาซเฏาะวาฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว และก่อนที่จะไปซะอียฺให้ดื่มน้ำ ซัมซัมเล็กน้อย พร้อมกับเอาน้ำราดบนศีรษะ หลัง และลูบที่ท้องพร้อมทั้งกล่าวว่า
أَللَهُمَّ اجْعّلْهُ عِلْمًا نَافِعًا وَ رِزْقًا وَاسِعًا وَ شِفَاءً مِنْ كُلِّ دَاءٍ وَ سُقْمٍ

หลังจากนั้นให้เดินขึ้นเนินเขาเซาะฟา ด้วยจิตใจที่สงบมั่นมองไปที่กะอฺบะฮฺ ยืนให้ตรงกับฮะญะรุลอัซวัด พร้อมกับยกมือขึ้นกล่าวสรรเสริญอัลลอฮฺ และรำลึกถึงความโปรดปรานต่าง ๆ ของพระองค์ เวลานั้นให้กล่าว อัลลอฮุอักบัร ๗ ครั้ง อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ๗ ครั้ง และ ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ ๗ ครั้ง และกล่าว ๓ ครั้งว่า
لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ وَ حْدَهُ لاَشَرِيْكَ لَهُ لَهُ الْمُلْكُ وَ لَهُ الْحَمْدُ يُحْيِي وَ يُمِيْتُ وَ هُوَ حَيُّ لاَيَمُوْتُ بِيَدِهِ الْخَيْرُ وَ هُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيْرٌ

หลังจากนั้นให้เซาะละวาตแก่ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และลูกหลานผู้บริสุทธิ์ของท่าน และกล่าว อัลฮัมดุลิลลาฮิ ๑๐๐ ครั้ง และกล่าว ซุบฮานัลลอฮฺ ๑๐๐ ครั้ง

มุซตะฮับซะอียฺ

มุซตะฮับ ซะอียฺนั้นให้เดินจากเนินเขาเซาะฟาไปมัรวะฮฺ และระหว่างทางเมื่อไปถึง สถานที่ชื่อว่า มะนาเราะฮฺ มัยยานนะฮฺ กับตลาดอัฏฏอรอน[๒๐]ให้ทำการวิ่งช้า ๆ เหมือนกับอูฐที่เดินเร็ว (ฮัรวะละฮฺ) เวลาเดินกลับจากมัรวะฮฺไปเซาะฟาเช่นกัน เมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าวให้ช้า ๆ แต่สำหรับผู้หญิงไม่ต้องทำ

ขณะเดินจากเซาะฟาเมื่อมาถึงบริเวณที่ต้องวิ่งช้า ๆ ให้กล่าวว่า
بِسْمِ اللهِ وَ بِاللهِ ، وَ اللهُ أَكْبَرُ، وَ صَلَّ اللهُ عَلَى مُحَمّدٍ وَ أَهْلِ بَيْتِهِ ، أَللَّهُمَّ اغْفِرْ وَ ارْحَمْ وَ تِجَاوَزْ عَمَّا تَعْلَمُ ، إِنَّكَ أَنْتَ الْأَعَزُّ الْأَجَلُّ الْأَكْرَمُ ، وَ اهْدِنِي لِلَّتِي هِيَ أَقْوَمُ ، أَللّهُمَّ إِنَّ عَمَلِي ضَعِيْفٌ ، فَضَاعِفْهُ لِي وَ تَقَبَّلْهُ مِنِّي ، أَللّهُمَّ لَكَ سَعِي ، وَ بِكَ حَوْلِي وَ قُوَّتِي ، تَقَبَّلْ مِنِّي عَمَلِي يَامَنْ يَقْبَلُ عَمَلَ الْمُتَّقِيْنَ

เมื่อผ่านบริเวณที่ต้องวิ่งช้า ๆ ไปแล้วให้กล่าวว่า
يَا ذَاالْمَنِّ وَ الفَضْلِ وَ الْكَرَمِ وَالنَّعْمَاءِ وَ الْجُوْدِ اغْفِرْ لِي ذُنُوْبِي ، انَّهُ لا يَغْفِرُ الذَُنُوْبَ اِلاَّ أَنْتَ

เมื่อไปถึงมัรวะฮฺให้ขึ้นไปบนเนินเล็กน้อย และกล่าวดุอาอฺเหมือนกับที่กล่าวบนเนินเขาเซาะฟา หลังจากนั้นให้กล่าวว่า
أَللّهُمَّ يَا مَنْ أَمَرَ بِالْعَفْوِ ، يَامَنْ يُحِبُّ الْعَفْوَ ، يَامَنْ يُعْطِي عَلَى الْعَفْوِ ، يَامَنْ يَعْفُوْ عَلَى الْعَفْوِ، يَارَبِّ الْعَفْوِ ، اَلْعَفْوَ ، اَلْعَفْوَ ، اَلْعَفْوَ

أَللّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ حُسْنَ الظَّنَّ بِكَ عَلَى كُلِّ حَالٍ ، وَصَدْ قَ النِّيَّةِ فِي التَّوَكُّلِ عَلَيْكَ

มารยาทและมุซตะฮับของฮัจญฺ

สิ่งที่เป็นมุซตะฮับสำหรับอิฮฺรอม เฏาะวาฟ นะมาซเฏาะวาฟ และซะอียฺขณะปฏิบัติอุมเราะฮฺ ก็เป็นมุซตะฮับสำหรับฮัจญฺเช่นกัน

มุซตะฮับบางประการขณะออกวุกูฟที่อะเราะฟะฮฺ
๑. ขณะวุกูฟควรอยู่ในสภาพที่สะอาดหมายถึงมีวุฎูอฺตลอดเวลา
๒. ให้ฆุซลฺ ซึ่งดีที่สุดให้ฆุซลฺตอนใกล้เวลาซุฮรฺ
๓. ให้อ่านดุอาอฺดังต่อไปนี้
اَللّهُمَّ رَبَّ الْمَشَاعِرِ كُلَّهَا فُكَّ رَقَبَتِي مِنَ النَّارِ وَ أَوْسِعْ عَلَيَّ مِنْ رِزْقِكَ الْحَلاَلِ.....

๔. หลังจากนั้นให้ดุอาอฺสิ่งที่ตนปรารถนา เมื่อจบแล้วให้ยกมือขึ้นพร้อมทั้งกล่าวว่า
اَللّهُمَّ حَاجَتِي إِلَيْكَ الَّتِيْ إِنْ أَعْطَيْتَنِيْهَا لَمْ يَضُرَّنِيْ مَا مَنَعْتَنِي ،...

๕. ให้มองไปที่กะอฺบะฮฺ และกล่าวซิกรฺต่อไปนี้
سُبْحَانَ اللّهِ ، اَللَّهُ اَكْبَرُ ، مَاشَاءَ اللّهُ لاَ قُوَّةَ إِلاَّ بِاللّهِ

أَشْهَدُ أَنْ لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللَّهُ وَ حْدَهُ لاَ شَرِيْكَ لَهُ ، لَهُ الْمُلْكُ وَ لَهُ الْحَمْدُ يُحْيِي وَ يُمِيْتُ وَ يُمِيْتُ وَ يُحْيِي وَ هُوَ حَيُّ لاَ يَمُوْتُ بِيَدِهِ الْخَيْرُ وَ هُوَ عَلَى كُلَّ شَيْءٍ قَدِيرٌ

๖. ให้กล่าวประโยคต่อไปนี้ให้มาก
اَللَّهُمَّ اَعْتِقْنِي مِنَ النَّارِ

๘.ดีที่สุดให้อ่านดุอาอฺอิมามฮุซัยนฺ (อ.) และดุอาอฺอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ.) หรือที่รู้จักกันในนามของดุอาอฺอะเราะฟะฮฺ

๙.ใกล้เวลาดวงอาทิตย์ตกดินให้กล่าวว่า
اَللّهُمَّ إِنِّي أَعُوْذُبِكَ مِنَ الْفَقْرِ وَ مِنْ تَشَتُّتِ الْأُمُوْرِ...

๑๐. หลังจากดวงอาทิตย์ตกดินแล้วให้กล่าวว่า
اَللَّهُمَّ لاَ تَجْعَلْهُ آخِرَ الْعَهْدِ مِنْ هَذَا الْمَوْقِفِ،.....

มุซตะฮับวุกูฟในมัชอะรุลฮะรอม

มุซตะฮับ ในคืนนี้ให้อิบาดะฮฺมากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ และให้ดุอาอฺดังต่อไปนี้
اَللَّهُمَّ هَذَهِِِ جُمَعُ ، اَللَّهُمَّ إنِّيْ أَسْأَلُكَ أَنْ تَجْمَعَ لِي فِيْهَا جَوَامِعَ الْخَيْر،....

มุซตะฮับให้เก็บหินที่มัชอะรุลฮะรอมเตรียมไว้เพื่อขว้างเสาหินในเช้าของวันรุ่งขึ้น (วันอีด)

หลังจากนะมาซซุบฮฺ ให้กล่าวดุอาอฺดังต่อไปนี้
اَللَّهُمَّ رَبَّ الْمَشْعَرِ الْحَرَام فُكَّ رَقَبَتِي مِنَ النَّار وَ أَوْ سعْ عَلَيَّ مِنْ رِزْقِكَ الْحَلاَل ،..

มุซตะฮับร็อมย์(ขว้างเสาหิน)

๑. ร่างกายต้องสะอาดขณะร็อมย์ (มีวุฎูอฺ)
๒. หินทุกก้อนที่ขว้างออกไปควรกล่าว อัลลอฮุอักบัร
๓. ขณะที่ขว้างเสาหินต้นสุดท้ายควรหันหลังให้กิบละฮฺ ส่วนต้นกลาง กับต้นแรกควรหันหน้าให้กิบละฮฺ
๔. ขณะที่ถือหินอยู่ในมือเตรียมพร้อมที่จะขว้างให้กล่าวดุอาอฺว่า
اَللَّهُمَّ هَذِهِ حَصَيَاتِي فَاحْصِهُنَّ لِي وَ ارْفَعْهُنَّ فِى عَمَلِي

มุซตะฮับกุรบาน

๑.ให้กุรบานสัตว์ที่อ้วนสมบูรณ์
๒. ถ้ากุรบานวัวหรืออูฐควรเป็นตัวเมีย แต่ถ้าเป็นแพะควรเป็นตัวผู้
๓. ผู้ที่ทำกุรบานควรเชือดด้วยตัวเอง แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ให้จับมือคนเชือดเวลาเชือด
๔. ขณะที่เชือดให้กล่าวดุอาอฺดังต่อไปนี้
وَ جْهَتُ وَ جْهِيَ للَّذِيْ فَطَِرَ السِّمَاوَاتِ وَ الْأرْضِ....

มุซตะฮับมินา

มุซตะฮับ ฮุจญาจต้องค้างแรมที่มินาในวันที่ ๑๑ และ ๑๒ และมุซตะฮับไม่ควรออกจากมินาแม้ว่าจะออกมาเพื่อเฏาะวาฟก็ตาม

มุซตะฮับ หลังนะมาซทุกเวลาให้ตักบีร อัลลอฮุอักบัร แต่ดีกว่าให้ตักบีรว่า
اَللّهُ أَكْبَرُ ، اَللّهُ أَكْبَرُ ،لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللَّهُ وَ اللَّهُ اَكْبَرُ، اَللّهُ أَكْبَرُ ، وَ لِلَّهِ الْحَمْدُ ، اَللّهُ أَكْبَرُ عَلَى مَا هَدَانَا ، اَللّهُ أَكْبَرُ عَلَى مَا رَزَقَنَا مِنْ بَهِيْمَةِ الْأَنْعَامِ ، وَ الْحِمْدُ لِلَّهِِ عَلَى مَا أَبْلاَنَا

มุซตะฮับอื่นๆที่เกี่ยวกับนครมักกะฮฺ

มารยาทและมุซตะฮับต่าง ๆ สำหรับมักกะฮฺมุอัซซอมมีดังต่อไปนี้
๑. กล่าวซิกรุลลอฮฺให้มากที่สุด อ่านอัล-กุรอาน และนะมาซ
๒. อ่านอัล-กุรอานให้จบอย่างน้อยสุด ๑ เที่ยว
๓. ให้ดืมน้ำซัมซัม และหลังจากดื่มแล้วให้กล่าวดุอาอฺดังต่อไปนี้
أِللَّهُمَّ اجْعَلْهُ عِلْمًا نَافِعًا ، وَ رِزْقًا وَاسِعًا، وَشِفَاءً مِنْ كُلِّ دَاءٍ وَ سُقْمٍ

بِسْمِ اللَّهِ وَ بِاللَّهِ وَالشُّكْرُ لِلَّهِ

๔. ให้มองกะอฺบะฮฺให้มากที่สุดและมองซ้ำบ่อย ๆ
๕. แต่ละวันให้เฏาะวาฟ ๑๐ ครั้ง โดยแบ่งดังนี้
- ตอนหัวค่ำให้เฏาะวาฟ ๓ ครั้ง
- ใกล้จะสิ้นสุดเวลากลางคืน ให้เฏาะวาฟ ๓ ครั้ง
- หลังจากเข้าเวลาซุบฮฺให้เฏาะวาฟ ๒ ครั้ง
- และหลังซุฮรฺให้เฏาะวาฟ ๒ ครั้ง
๖. ขณะพักอยู่ในมักกะฮฺมุอัซซอมควรเฏาะวาฟให้เท่ากับจำนวนวันของปี (๓๖๐/๓๖๕ วัน) แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ให้เฏาะวาฟเท่ากับจำนวนสัปดาห์ของปี (๕๒ สัปดาห์) และถ้ายังไม่สามารถทำได้อีกให้เฏาะวาฟเท่าที่สามารถทำได้

----------มารยาทที่สมควรปฏิบัติเมื่ออยู่ที่มัสญิดอัล-ฮะรอม กับมัสญิดนะบีคือ นะมาซ เนื่องจากจะได้รับผลบุญจำนวนมากมาย ริวายะฮฺบางบทกล่าวว่า นะมาซที่มัสญิดอัล ฮะรอม ๑ เราะกะอัตจะได้รับผลบุญเท่ากับนะมาซ ๑๐๐,๐๐๐ เราะกะอัต และนะมาซที่มัสญิดนะบีจะได้รับผลบุญเท่ากับ ๑๐,๐๐๐ เราะกะอัต เมื่อเทียบกันนะมาซที่อื่น[๒๑] ฉะนั้น เหมาะสมอย่างยิ่งถ้าหากผู้แสวงบุญที่มีเกียรติทุกท่านได้ใช้ช่วงเวลาที่อยู่ที่มักกะฮฺให้เป็นประโยชน์ที่สุด หรือถ้ามีนะมาซที่ต้องชดใช้ติดตัวอยู่ ก็ให้ชดใช้ที่นั้น เพราะนอกจากจะได้ปฏิบัติหน้าที่ชัรอียฺของตนแล้ว ยังได้รับผลบุญที่มากมายอีกต่างหาก-------

ต้องออกห่างจากความขัดแย้ง

๑. ไม่อนุญาตให้ออกจากมัสญิดอัล ฮะรอมและมัสญิดนะบี เมื่อเข้าเวลานะมาซญะมาอะฮฺ และเป็นวาญิบสำหรับชีอะฮฺทุกคนที่ต้องนะมาซญะมาอะฮฺร่วมกับเขา
๒. การเข้าร่วมนะมาซญะมาอะฮฺไม่ได้เฉพาะเจาะจงแค่มัสญิดอัล ฮะรอมหรือมัสญิดนะบีเท่านั้น แม้แต่ในมัสญิดอื่นถ้าเข้าร่วมถือว่านะมาซถูกต้อง**
**อายะตุลลอฮฺ ซีสตานี - ถ้าอ่านฟาติฮะฮฺกับซูเราะฮฺเสียงเบาตามไปด้วยถือว่าเพียงพอ แต่สำหรับนะมาซญุมุอะฮฺ หลังจากเสร็จเรียบร้อยแล้วให้นะมาซซุฮรฺใหม่อีกครั้ง

๓.สุญูดบนพรมที่มัสญิดอัล ฮะรอมและมัสญิดนะบีไม่เป็นไร
๔.สุญูดบนพรมมัสญิดไม่เป็นไร ทว่าไม่อนุญาตให้วางดินนะมาซ และไม่จำเป็นต้องนะมาซบริเวณที่เป็นหิน*** และไม่จำเป็นต้องใช้เสื่อหรือสิ่งที่คล้ายคลึงกัน แต่ถ้าสังเกตว่าไม่มีปัญหา และไม่เป็นการดูถูกหมายถึงมุสลิมทั่วไปก็ใช้เสื่อรองนะมาซเช่นกัน สามารถนะมาซบนเสื่อได้ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นจุดสนใจของคนทั่วไปให้หลีกเลี่ยง
*** อายะตุลลอฮฺ ซิตตานีย์ - กรณีที่เป็นไปได้ ถือว่าจำเป็น

ข้อพึงสังเกต

๑.ผู้เดินทางสามารถนะมาซเดินทางในมัสญิดอัล ฮะรอม และมัสญิดนะบีได้ (หมายถึงนะมาซ ๔ เราะกะอัต ให้นะมาซแค่ ๒ เราะกะอัต) หรือนะมาซเต็ม ๔ เราะกะอัต
๒.การนำอัล-กุรอานออกจากมัสญิดอัล ฮะรอม มัสญิดนะบี และมัสญิดอื่น ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ หรือคนดูแลมัสญิด ไม่อนุญาต
๓. ไม่อนุญาตให้นำหินจากเซาะฟา และมัรวะฮฺติดตัวมา




..................
เชิงอรรถ

[๑] ตะมัตตุอฺ ตามพจนาจุกรม หมายถึง การใฝ่หาความสุข การใช้ประโยชน์ ส่วนความหมาย ณ ที่นี้หมายถึง อุมเราะฮฺซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของฮัจญฺ ด้วยเหตุนี้จึงเรียกอุมเราะฮฺและฮัจญฺประเภทนี้ว่า ตะมัตตุอฺ ซึ่งระยะเวลาหนึ่งที่อยู่ระหว่างการครองชุดอิฮฺรอม และหลังจากที่เปลื้องชุดอิฮฺรอมแล้ว จนกว่าจะถึงการครองชุดอิฮฺรอมเพื่อฮัจญฺ อนุญาตให้สามีภรรยาใกล้ชิดกันได้ อุมเราะฮฺและฮัจญฺประเภทนี้เป็นหน้าที่ของผู้ที่อยู่ไกลจากมักกะฮฺประมาณ ๑๖ ฟัรซัค ซึ่งได้เดินทางเข้ามักกะฮฺเพื่อบำเพ็ญอัจญ์ (๑๖ ฟัรซัค # ๙๐ ก.ม.)
[๒] ตักซีร หมายถึง การทำให้สั้น ในความหมายของฟิกฮฺหมายถึง การตัดบางส่วนของผมหรือเล็บให้สั้น ซึ่งเป็นหนึ่งในอะมัลของอุมเราะฮฺและฮัจญฺ
[๓] มะกอมอิบรอฮีม หมายถึงหินที่ท่านศาสดาอบรอฮีม (อ.) ใช้วางเท้าขณะที่สร้างบัยตุลลอฮฺ จนเป็นรอยเท้าปรากฏอยู่ ปัจจุบันได้นำมาตั้งดูแลไว้ใกล้ ๆ กับบัยตุลลอฮฺ
[๔] สถานที่ครองอิฮฺรอม เรียกว่ามีกอต มีทั้งสิ้น ๕ ที่ด้วยกันประกอบด้วย ๑.ซุลฮุลัยฟะฮฺหรือมัสญิดชะญะเราะฮฺ เขตมีกอตสำหรับฮุจญาตที่เดินทางมาจากมะดีนะฮฺ, ๒. วาดียฺ อัล-อะกีก เขตมีกอตสำหรับฮุจญาตที่เดินทางมาจากอีรัก, ๓. ญุอฺฟะฮฺเขตมีกอต สำหรับฮุจญาตที่เดินทางมาจากญิดดะฮฺ ซีเรีย อียิปต์ มอรอกโค, ๔. ยะลัมลัม เขตมีกอตสำหรับชาวยะเมน, ๕. ก็อรนุลมะนาซิล เขตมีกอตของชาวเมืองฎออิฟ
[๕] เมื่องมักกะฮฺ และเขตรอบ ๆ ที่มีอาณาบริเวณที่แน่นอนถือเป็น เขตฮะร็อม ซึ่งมีอะฮฺกาม (กฎเกณฑ์) ที่เฉพาะให้ปฏิบัตฺ
[๖] ฮะญะรุลอัซวัด หมายถึง หินรูปวงรี สีดำติดอยู่ตรงมุมด้านทิศตะวันออกของบัยตุลลอฮฺ สูงจากพื้นมัสญิดประมาณ ๑.๕ เมตร
[๗] ฮิจญะริอิสมาอีล บริเวณหนึ่งที่อยู่ระหว่างบัยตุลลอฮฺ กับกำแพงครึ่งวงกลม ซึ่งมีความกว้างประมาณ ๑๐ เมตร เริ่มตั้งแต่มุมด้านทิศเหนือจรดทิศใต้ เหนือขึ้นไปเป็นรางทอง (หรือเรียกกันว่ารางทองแห่งความเมตตา) เมื่อเวลาฝนตกน้ำจะไหลออกจากรางทองตกลงในกำแพงครึ่งวงกลมนั้น ณ บิรเวณดังกล่าวเป็นสถานที่ฝังศพของท่านศาสดาอิสมาอีล (อ.) กับท่านหญิงฮาญัรมารดาของท่าน และบรรดาศาสดาอีกมากมาย
[๘] อะเราะฟะฮฺ เป็นท้องทุ่งราบเรียบ มีความกว้างประมาณ ๒๒ กิโลเมตร อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของมักกะฮฺ เป็นสถานที่บรดาฮุจญาตทั้งหลาย ต้องไปวุกูฟที่นั้น ตั้งแต่ซุฮฺรฺของวันที่ ๙ ซุลฮิจญะฮฺไปจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน อะเราะฟะฮฺ หมายถึง อิรฟาน (การรู้จัก ความรัก ความมักคุ้น)
[๙] มัชอะรุลฮะรอม คือวาดียฺ เฏาะวีลียฺ อยู่ระหว่างอะเราะฟะฮฺกับมินา หรือเรียกอีกอย่างว่า มุซดะละฟะฮฺ ซึ่งค่ำวันอีดกุรบาน ฮุจญาตทุกคนต้องค้างแรมที่นั้น
[๑๐] มินา เป็นสถานหนึ่งที่อยู่ระหว่างหุบเขา ๒ ลูก และระหว่างมัชอะรุลฮะรอมกับมักกะฮฺ
[๑๑] ร็อมยฺ หมายถึงการยิงหรือขว้าง แต่ในที่นี้หมายถึงการขว้างเสาหิน
[๑๒] สตรี ถึงแม้ว่าจะสามารถขว้างเสาหินได้ในตอนเช้าของวันอีดกุรบาน ก็อนุญาตให้ขว้างได้ในตอนกลางคืน ส่วนวันที่ ๑๑ แล ๑๒ ถ้าไม่สามารถขว้างในตอนกลางวันได้ อนุญาตให้ขว้างในตอนกลางคืน
[๑๓] ซึ่งมีอะมัลอีก ๒ ประการที่ต้องปฏิบัติคือ การค้างแรมที่มินาในค่ำที่ ๑๑ และ ๑๒ ซึ่งวันที่ ๑๑ และ ๑๒ ฮุจญาตต้องไปขว้างเสาหินทั้งสามต้น ตั้งแต่ต้นที่ ๑ จนถึง ต้นที่ ๓
[๑๔] เฏาะวาฟนิซาอฺ นิซาอฺ หมายถึงผู้หญิง เฏาะวาฟนิซาอฺเป็นอะมัลเฉพาะสำหรับอุมเราะฮฺมุฟเราะดะฮฺ หรือฮัจญฺเท่านั้น ซึ่งการเฏาะวาฟดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้สามีภรรยาฮะลาลซึ่งกันและกัน ถ้าไม่ได้ปฏิบัติไม่สามารถหลับนอนกันได้ ฮะรอม
[๑๕] อุมเราะฮฺมุฟเราะฮฺ ต่างไปจากฮัจญฺ ต้องเฏาะวาฟนิซาอฺและนะมาซด้วยเช่นกัน
[๑๖] สตรี สามารถขว้างเสาหินตอนกลางคืนของวันที่ ๑๐ ได้ (รัมยฺญุมเราะฮฺอะเกาะบะฮฺ) ส่วนรัมยฺในวันที่ ๑๑ และ ๑๒ ถ้าไม่มีอุปสรรคไม่สามารถขว้างในตอนกลางคืนได้
[๑๗] ให้นะมาซที่ละ ๒ เราะกะอัต โดยเนียตนะมาซก่อนอิฮฺรอม
[๑๘] ริวายะฮฺกล่าวว่า หลังจากที่ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้ทำลายรูปปั้นที่อยู่ในมักกะฮฺ และบริเวณรอบ ๆ แล้ว รูปปั้นตัวใหญ่นามว่า ฮุบัล ได้ถูกฝังอยู่ที่ใต้ประตูชัยบะฮฺ ฉะนั้น เป็นมุซตะฮับให้เข้ามัสญิดทางประตูดังกล่าวเพือเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ในการต่อสู้กับพระเจ้าจอมปลอมทั้งหลาย
[๑๙] นะมาซเฏาะวาฟต้องทำอย่างถูกต้อง ดังนั้น สำหรับบุคคลที่กล่าวซูเราะฮฺ กุลยาอัยยุฮัลกาฟิรูนไม่ได้ เราะกะอัตที่ ๒ ให้กล่าวเหมือนเราะกะอัตแรก
[๒๐] ปัจจุบันไม่มี มะนาเราะฮฺ มัยยานนะฮฺ และตลาดอัฏฏอร แต่ระยะห่างทั้งสองได้ติดไฟสีเขียว และขีดเส้นที่พื้นเป็นสัญลักษณ์ไว้
[๒๑] ฟุรูอฺ กาฟียฺ เล่มที่ ๔ หน้าที่ ๕๒๖, ๕๕๖





....จบบริบูรณ์

ขอขอบคุณเว็บไซต์ อัชชีอะฮ์
ทางเว็บไซต์อัลฮะซะนัยน์ได้ปรับย่อเนื้อหาบางส่วน