คู่มือฮัจย์
ประพันธ์โดย มุฮัมมัด ฮุเซน ฟัลลอฮ์ ซอเดะฮ์
 
ศัพท์สำคัญ

(ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาของหนังสือ ควรทำความเข้าใจกับศัพท์สามคำที่ปรากฏบ่อยในหนังสือเล่มนี้

ฟัตวา – เป็นการวินิจฉัยและลงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาศาสนกิจในเชิงฟันธงของมัรญะอ์ตักลีด (ผู้รู้ศาสนาขั้นสูง) เนื่องจากมีหลักฐานรองรับการวินิจฉัยอย่างชัดเจน

เอียะฮ์ติยาฏ วาญิบ – ยังไม่ถึงขั้นฟัตวา แต่ยังต้องระมัดระวังและปฏิบัติตาม หรืออาจจะปฏิบัติตามฟัตวาของอายะตุลลอฮ์ที่อยู่ในอันดับรองลงมาได้

เอียะฮ์ติยาฏ มุสตะหับ – ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องระมัดระวัง แต่ถ้าจะระมัดระวังและปฏิบัติตามถือว่าดีกว่า)

หมวดที่ ๑ อะมัลอุมเราะฮฺ ตะมัตตุอฺ

-อิฮฺรอม
-เฎาะวาฟ
-นะมาซเฎาะวาฟ
-ซะอียฺ
-ตักซีร

อุมเราะฮฺ ตะมัตตุอฺ

๑.ผู้ที่อาศัยอยู่นอกมักกะฮฺ (ห่างประมาณ ๑๖ ฟัรซัค แต่ละฟัรซัคเทียบเท่ากับ 45 กม. โดยประมาณ) ถ้าต้องการทำฮัจญฺ ก่อนที่จะเริ่มพิธีการฮัจญฺต้องทำ อุมเราะฮฺตะมัตตุอฺ[๑] ก่อน

๒.อะอฺมาลอุมเราะฮฺตะมัตตุอฺประกอบด้วย

- อิฮฺรอม
- เฎาะวาฟ
- นะมาซเฎาะวาฟ
- ซะอียฺ
- ตักซีร[๒]

๓. ช่วงเวลาสำหรับทำอุมเราะฮฺตะมัตตุอฺ
อุมเราะฮฺตะมัตตุสามารถทำได้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเชาวาล จนถึงตอนบ่ายของวันที่ ๙ ซุลอิจญะฮฺ ดังนั้น ถ้าปล่อยเวลาให้ล่าออกไปจนเลยช่วงเวลาที่กำหนด เท่ากับเวลาของอุมเราะฮฺปีนั้นได้หมดลงเช่นกัน หน้าที่ของฮุจญาจ (บรรดาผู้ประกอบพิธีฮัจย์) ก็ต้องเปลี่ยนไป

๔. สถานที่ประกอบอะอฺมาลอุมเราะฮฺตะมัตตุอฺ
๑. อิฮฺรอม ให้ครองชุดอิฮฺรอมในสถานที่ใดสถานหนึ่งตามที่ได้กำหนดไว้ เช่น ญุอฺฟะฮฺ หรือ มัสญิดชะญะเราะฮฺ

๒. เฎาะวาฟ ให้เดินเวียนรอบอาคารกะอฺบะฮฺ ๗ รอบ วนซ้าย

๓. นะมาซเฎาะวาฟ บริเวณหลังมะกอมอิบรอฮีม[๓]

๔.ซะอียฺ เดินไปกลับระหว่างเนินเขาเซาะฟา กับมัรวะฮฺ ๗ รอบ

๕. ตักซีร ไม่ได้ระบุแน่นอนว่าต้องเป็นที่ใด

ลำดับต่อไปจะกล่าวถึงรายละเอียดอะฮฺกามของแต่ละข้อ

อิฮฺรอม

อิฮฺรอม เป็นการกระทำแรกของอุมเราะฮฺตะมัตตุอฺ ฉะนั้น สำหรับฮุจญาจที่เดินทางไปซิยาเราะฮฺ (เยี่ยม) ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และสุสานญันนะตุลบะกีอฺที่มะดีนะฮฺมุเนาวะเราะฮฺ ก่อนที่จะเริ่มพิธีฮัจญฺ เมื่อต้องการเข้ามักกะฮฺต้องไปครองชุดอิฮฺรอมที่มัสญิด ชะญะเราะฮฺ ตั้งอยู่บนเส้นทางมักกะฮฺ ห่างจากมะดีนะฮฺประมาณ ๓-๔ กิโลเมตร เพื่อไปประกอบพิธีกรรมส่วนที่เหลือ ณ บัยตุลอฮฺ แต่สำหรับผู้ที่ออกเดินทางจากญิดดะฮฺ ตรงไปมักกะฮฺ ต้องไปครองอิฮฺรอมที่ ญุอฺฟะฮฺ[๔]

วิธีการครองอิฮฺรอม

สำหรับผู้ชายต้องเปลื้องเสื้อผ้าทุกตัวบนร่างกายที่มีรอยเย็บ แม้แต่กางเกงชั้นใน และแทนที่ด้วยผ้า ๒ ผืนสีขาวบริสุทธิ์ที่ไม่มีรอยเย็บ (ผ้าอิฮฺรอม) ผืนหนึ่งใช้สำหรับนุ่ง ส่วนอีกผืนใช้ปิดหัวไหล่ทั้งสองข้าง โดยเนียตว่า ข้าพเจ้าครองอิฮฺรอมอุมเราะฮฺตะมัตตุอฺสำหรับฮัจญะตุลอิสลาม กุรบะตันอิลัลลออฺ หลังจากนั้นให้กล่าว ตัลบียะฮฺว่า

لَبَّيْكَ اَللَّهُمَّ لَبَّيْكَ، لَبَّيْكَ لاَ شَرِيْكَ لَكَ لَبَّيْكَ

อิฮฺติยาฎมุซตะฮับ หลังจากกล่าว ลับบัยกฺ แล้วให้กล่าวต่ออีกว่า

اِنَّ الْحَمْدَ وَ الْنِعْمَةَ لَكَ وَ الْمُلْكَ لاَ شَرِيْكَ لَكَ لَبَّيْكَ

หลังจากนั้นเนียตและกล่าวตัลบียะฮฺ
เนียตอิฮฺรอมหมายถึง ครองชุดอิฮฺรอมโดยสวมใส่ผ้า ๒ ชิ้นและกล่าวตัลบียะฮฺ เพื่ออุมเราะฮฺตะมัตตุอฺ และการกระทำอื่น ๆ ถัดไปเพื่อการปฏิบัติตามพระบัญชาของพระองค์ แม้ว่าไม่จำเป็นต้องกล่าวออกมา แต่ถ้ากล่าวออกมาก็ไม่เป็นไร

สิ่งควรจำ

๑. ชุดอิฮฺรอมต้องสะอาดปราศจากนะยิซ และต้องได้รับอนุญาต
๒.สำหรับสตรีขณะครองอิฮฺรอม อิฮฺติยาฎไม่ให้สวมใส่ผ้าไหม
ฮุจญาจหลังจากครองอิฮฺรอม เนียตและกล่าวตัลบียะฮฺแล้วถือว่ามุฮฺริม หมายถึงอยู่ระหว่างครองอิฮฺรอม จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงภารกิจต่าง ๆ ที่ฮะรอมสำหรับผู้ครองอิฮฺรอม ซึ่งมีทั้งสิ้น ๒๔ ชนิด ๔ ชนิดฮะรอมสำหรับผู้ชาย ๒ ชนิดสำหรบผู้หญิง ส่วนที่เหลือฮะรอมทั้งผู้ชายและผู้หญิง

ฮะรอมร่วมทั้งผู้ชายและผู้หญิง

๑.การล่าสัตว์
๒.อ่านอักดฺ(วจีสมรส)และทำสัญญาต่าง ๆ
๓.การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง(อิสติมนาอ์)
๔.ร่วมเพศหรือการทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศทุกวิธี
๕.การใส่น้ำหอม(เครื่องหอมต่าง)ตลอดจนสบู่ และแชมพูที่มีกลิ่นหอม
๖.การเขียนตา
๗. การส่องกระจก
๘. กล่าวคำหยาบ หรือแสดงตนเป็นผู้ฝ่าฝืน เช่น พูดโกหก ด่าทอ
๙. ทำการโต้เถียงและพิพาทกันโดยกล่าวว่า ”ลาวัลลอฮ” “บะลาวัลลอฮ”
๑๐ ฆ่าสิ่งมีชีวิต เช่น แมลงที่เกาะอยู่ตามตัว
๑๑. สวมแหวนโดยมีเจตนาว่าเป็นเครื่องประดับ
๑๒. ทาน้ำมันตามร่างกาย
๑๓.ทำให้เลือดออกจากร่างกาย
๑๔. การตัดเล็บ
๑๕. การถอนฟัน
๑๖. การถอนต้นพืชที่ขึ้นอยู่ในเขตมัสญิดฮะรอม[๕]
๑๗.ถอนขน ผมออกจากร่างกาย
๑๘. การพกพาอาวุธ

สิ่งที่เป็นฮะรอมสำหรับผู้ชาย

๑. การสวมใส่ผ้าที่มีรอยเย็บ
๒. การสวมใส่รองเท้าที่ปิดหลังเท้าจนมิดชิด
๓. การปกปิดศีรษะ
๔. การทำให้เกิดเงาเหนือศีรษะ

สิ่งที่เป็นฮะรอมสำหรับผู้หญิง

๑.การสวมใส่เครื่องประดับ
๒.การปกปิดหน้า

๒. เฏาะวาฟ

การกระทำที่สองสำหรับอุมเราะฮฺตะมัตตุอฺ คือการเฎาะวาฟ ฉะนั้น บุคคลที่ได้ครองอิฮฺรอมเพื่อทำอุมเราะฮฺตะมัตตุอฺ และเดินทางเข้ามักกะฮฺต้องเนียตเฎาะวาฟรอบบัยตุลลอฮฺ ณ มัสญิดฮะรอม ๗ รอบ

เงื่อนไขการเฏาะวาฟ

๑. ต้องเริ่มต้นและสิ้นสุดการเฏาะวาฟ ตรงมุมที่ตรงกันข้ามกับฮะญะรุลอัซวัด (หินดำ)[๖] ข้อสังเกตที่มองเห็นได้ง่าย คือจะมีเส้นสีดำลากตรงตั้งแต่จุดที่ตั้งฮะญะรุลอัซวัด ไปจนสุดลานมัสญิด ดังนั้น ฮุจญาจที่เฏาะวาฟต้องสังเกตเส้นดังกล่าวทั้งเวลาเริ่มต้น และสิ้นสุดการเฎาะวาฟ ซึ่งนับว่าเป็น ๑ รอบเฏาะวาฟ

๒. ขณะที่ฮุจญาจเดินเฏาะวาฟบัยตุลลอฮฺ ต้องอยู่ด้านซ้ายมือ (เดินทวนเข็มนาฬิกา) ฉะนั้น ขณะเฏาะวาฟถ้าหันหน้าให้บัยตุลลอฮฺ หรือเดินถอยหลังเฏาะวาฟ ไม่ถูกต้อง

๓. ให้เฏาะวาฟเหมือนกับบรรดามุสลิมทั้งหลายเฏาะวาฟ โดยไม่ต้องใส่ใจกับความสงสัยที่คอยยุแหย่ ให้เริ่มต้น ณ จุดตรงข้ามกับหินดำ และเดินวนไปเรื่อย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องหยุด ณ จุดที่อยู่ตรงกันข้ามฮะญะรุลอัซวัดทุกรอบ

๔. ขณะเฏาะวาฟฮุจญาจต้องเดินรอบฮิจญะริอิสมาอีล[๗] หมายถึงเวลาเฏาะวาฟต้องไม่เดินเข้าไปในฮิจรุ(หินโค้ง)อิสมาอีล

๕.ขอบเขตของเฏาะวาฟคือรอบกะอฺบะฮฺ ระยะห่างระหว่างกะอฺบะฮฺกับมะกอมอิบรอฮีม ประมาณ ๒๖.๕ ศอก (๑๓ เมตร) ด้วยเหตุนี้ ถ้าคิดด้านฮิจริอิสมาอีล ระยะห่างจะน้อยลงเหลือประมาณ ๖.๕ ศอก

-อายะตุลลอฮฺ อะลี คอเมเนอี เฏาะวาฟไม่ขอบเขตกำหนดแน่นอน
-อายะตุลลอฮฺ มะการิม ดีกว่าให้เฏาะวาฟอยู่ในรัศมีดังกล่าว แต่ว่าไม่จำเป็น

๓.นะมาซเฏาะวาฟ

นะมาซเฏาะวาฟเป็นอะมัลที่ ๓ ของอุมเราะฮฺตะมัตตุอฺ หลังจากเฏาะวาฟเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เนียตนะมาซเฏาะวาฟ ๒ เราะกะอัต

วิธีนะมาซเฏาะวาฟ คล้ายกับนะมาซซุบฮฺ แตกต่างกันตรงที่ว่าฟาติฮะฮฺกับซูเราะฮฺสามารถอ่านดังหรืออ่านค่อยก็ได้

ช่วงเวลานะมาซเฏาะวาฟ หลังจากเฏาะวาฟ และก่อนซะอียฺ

สถานที่นะมาซเฏาะวาฟ ณ มัสญิดฮะรอมใกล้กับมะกอมอิบรอฮีม อิฮฺติยาฏวาญิบให้นะมาซหลังมะกอมอิบรอฮีมโดยให้มะกอมอยู่ระหว่างตนกับกะอฺบะฮฺ

- ายะตุลลอฮฺ ซีสตานีเป็นวาญิบต้องนะมาซหลังมะกอมอิบรอฮีม
-อายะตุลลอฮฺ อะลี คอเมเนอี และมะการิม เป็นวาญิบให้นะมาซเฏาะวาฟหลังมะกอมอิบรอฮีม ถ้าเป็นไปได้
- อายะตุลลอฮฺ อะลี คอเมเนอี ไม่ว่าจะนะมาซ ณ จุดใด ถ้าคนทั่วไปกล่าวว่าได้นะมาซหลังมะกอมอิบรอฮีม ถือว่าเพียงพอ แม้ว่าจะไกลจากมะกอมก็ตาม แต่ไม่ว่าจะนะมาซ ณ จุดใดของมัสญิดถือว่านะมาซถูกต้อง
-อายะตุลลอฮฺ ซีสตานีถ้าไม่สามารถนะมาซหลังหรือใกล้กับมะกอมอิบรอฮีมได้ อิฮฺติยาฏวาญิบให้นะมาซตรงด้านซ้ายหรือด้านขวาที่ใกล้กับมะกอม หรือนะมาซให้ไกลออกไปแต่ต้องอยู่หลังมะกอม

และเป็นการดีให้นะมาซใกล้กับมะกอมมากที่สุด (แต่ต้องไม่เป็นการรบกวนผู้อื่น) แต่เนื่องจากมีฮุจญาจจำนวนมากมายไม่สามารถนะมาซหลังมะกอมได้ ดังนั้น ให้นะมาซด้านใดด้านหนึ่งที่ใกล้กับมะกอม **

*** อายะตุลลอฮฺ อะลี คอเมเนอี ไม่ว่าจะนะมาซ ณ จุดใด ถ้าคนทั่วไปกล่าวว่าได้นะมาซหลังมะกอมอิบรอฮีม ถือว่าเพียงพอ แม้ว่าจะไกลจากมะกอมก็ตาม แต่ไม่ว่าจะนะมาซ ณ จุดใดของมัสญิดถือว่านะมาซถูกต้อง
-อายะตุลลอฮฺ ซีสตานีถ้าไม่สามารถนะมาซหลังหรือใกล้กับมะกอมอิบรอฮีมได้ อิฮฺติยาฏวาญิบให้นะมาซตรงด้านซ้ายหรือด้านขวาที่ใกล้กับมะกอม หรือนะมาซให้ไกลออกไปแต่ต้องอยู่หลังมะกอม

๑.สำหรับผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามศาสนบัญญัติทุกคน เป็นวาญิบต้องเรียนรู้วิธีนะมาซต่าง ๆ อย่างถูกต้องเพื่อจะได้ปฏิบัติหน้าที่ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่ตั้งใจว่าจะเดินทางไปบำเพ็ญฮัจญฺ หรืออุมเราะฮฺจำเป็นต้องนะมาซอย่างถูกต้อง เพื่อจะได้นะมาซเฏาะวาฟได้อย่างถูกต้อง

๒. อิฮฺติยาฏมุซตะฮับ หลังจากเฏาะวาฟเสร็จแล้วให้รีบทำนะมาซเฏาะวาฟทันที เพื่อว่าคนอื่นจะได้ไม่สามารถกล่าวได้ว่าได้ทิ้งช่วงเวลาระหว่างทั้งสองให้ล่าออกไป

๓.นะมาซเฏาะวาฟมุซตะฮับ อนุญาตให้นะมาซตรงบริเวณใดของเขตฮะร็อมก็ได้

๔. ซะอียฺระหว่างเนินเขาเซาะฟาและมัรวะฮฺ

ขั้นตอนที่ ๔ ของอุมเราะฮฺตะมัตตุอฺคือเดินซะอียฺ ซึ่งหลังจากนะมาซเฏาะวาฟเสร็จเรียบร้อยแล้วต้องเดินไปมาระหว่างเนินเขาเซาะฟากับมัรวะฮฺ ๗ เที่ยว ปัจจุบันได้จัดทำเป็นลานเดินที่มีหลังคาใกล้ ๆ กับบัยตุลลอฮฺ

๑. การซะอียฺต้องเริ่มต้นที่เนินเขาเซาะฟาและไปสิ้นสุดที่เนินเขามัรวะฮฺ

๒. การนับจำนวนเที่ยว เมื่อเริ่มจากเซาะฟาไปถึงมัรวะฮฺนับ ๑ เที่ยว และเดินจากมัรวะฮฺไปถึงเซาะฟาเป็นเที่ยวที่ ๒ ดังนั้นเที่ยวที่ ๗ ต้องสิ้นสุดที่เนินเขามัรวะฮฺ

๓. ระหว่างซะอียฺ อนุญาตให้นั่งพักบนเนินเขาเซาะฟาหรือมัรวะฮฺได้ แต่ถ้าหยุดพักระหว่างทาง เวลาเริ่มซะอียฺใหม่ไห้เริ่มตรงจุดที่หยุด (หยุดตรงไหนให้เริ่มตรงนั้น)

๔. การซะอียฺ ไม่จำเป็นต้องมีวุฎูอฺ แม้ว่าอิฮฺติยาฏมุซตะฮับให้มีก็ตาม

๕. การซะอียฺบนชั้นที่สอง ไม่อนุญาตเนื่องจากอยู่สูงกว่าเนินเขาทั้งสอง

๕. ตักซีร

ขั้นตอนที่ ๕ ของอุมเราะฮฺตะมัตตุอฺคือการตักซีร หลังจากซะอียฺเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ตักซีร หมายถึงตัดผมหรือเล็บเล็กน้อย เมื่อตักซีรแล้วเป็นอันว่าเสร็จพิธีอุมเราะฮฺตะมัตตุอฺ

หลังจากตักซีรทุกอย่างที่เป็นฮะรอมขณะครองชุดอิฮฺรอมจะฮะลาลทันที ฮุจญาจสามารถเปลื้องชุดอิฮฺรอมออกได้

ช่วงเวลาการตักซีร ให้ทำหลังจากซะอียฺเสร็จ แม้ว่าไม่จำเป็นต้องรีบทำก็ตาม แต่ถ้ายังไม่ตักซีรสิ่งที่ฮะรอมขณะครองอิฮฺรอมจะไม่ฮะลาลสำหรับตน
สถานที่ตักซีร การตักซีรไม่ได้กำหนดสถานที่ว่าต้องเป็นบริเวณใด แม้ว่าปัจจุบันเป็นที่รู้กันว่าหลังจากซะอียฺแล้วจะตักซีรกันตรงบรเวณเนินเขามัรวะฮฺ

ผู้ที่ยังไม่ได้ตักซีรไม่สามารถตักซีรให้คนอื่นได้
ถ้าผู้หญิงจะตักซีรตรงบริเวณที่มีผู้ชายคนอื่นอยู่ เป็นการดีให้ตัดเล็บแทนการขลิบผมเพื่อป้องกันไม่ให้ชายคนอื่นเห็นผมของตน

หมวดที่ ๒ อะมัลฮัจญฺตะมัตตุอฺ

-การครองอิฮฺรอม
-การวุกูฟในอาเราะฟะฮฺ
-การวุกูฟในมัชอะรุลฮะรอม
-ร็อมย์ ญุมเราะฮฺ อะเกาะบะฮฺในมินา (ขว้างเสาหินต้นสุดท้ายที่มีนา)
-กุรบาน
-ฮัลกฺหรือตักซีร
-เฏาะวาฟฮัจญฺ
-นะมาซเฏาะวาฟฮัจญฺ
-ซะอียฺระหว่างเขาเซาะฟากับมัรวะฮฺ
-เฏาะวาฟนิซาอฺ
-นะมาซเฏาะวาฟนิซาอฺ
-บัยตูตะฮฺในมินา (ค้างแรมในมินา)
-ร็อมย์ญุมะรอต(เสาหิน) ทั้งสาม

จากตักซีรอุมเราะฮฺจนถึงอิฮฺรอมฮัจญฺ

หลังจากเสร็จอุมเราะฮฺตะมัตตุอฺแล้ว การกระทำที่ฮะรอมสำหรับตนจะฮะลาลจนกว่าจะครองอิฮฺรอมอีกครั้งสำหรับฮัจญฺตะมัตตุอฺ แต่ช่วงเวลาที่ยังไม่ได้ครองอิฮฺรอมและออกวุกูฟในอะเราะฟะฮ[๘]นั้น ฮุจญาจจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงจากสิ่งเหล่านี้

๑. การออกนอกเขตเมืองมักกะฮฺ (อิฮฺติยาฏวาญิบ)
๒. ทำอุมเราะฮฺมุฟเราะดะฮฺ
๓. โกนศีรษะ

ปัจจุบันเนื่องจากจำนวนฮุจญาจเพิ่มมากขึ้นเป็นสาเหตุทำให้การจราจรติดขัด การเดินทางล่าช้ามาก เป็นไปได้ที่ฮุจญาจอาจไปถึงอะเราะฟะฮฺ ไม่ตรงตามเวลาที่กำหนด ดังนั้นวันที่ ๘ ซุลฮิจญะฮฺ ให้ครองอิฮฺรอม และออกเดินทางในตอนเย็นหลังนะมาซมัฆริบและอิชาอฺเพื่อไปอะเราะฟะฮฺ หรือถ้าจะออกเดินทางวันที่ ๙ ซุลฮิจญะฮฺ และไปถึงอะเราะฟะฮฺตอนซุฮรฺของวันนั้นพอดี ไม่เป็นไร

๑. การครองอิฮฺรอม

การครองอิฮฺรอมเป็นอะมัลแรกของการบำเพ็ญฮัจญฺ ขั้นตอนต่าง ๆ ของการบำเพ็ญฮัจญฺ เหมือนกับการทำอุมเราะฮฺ คือเริ่มต้นที่การครองอิฮฺรอม
วิธีการครองอิฮฺรอมอัจญฺ เหมือนกับการครองอิฮฺรอมอุมเราะฮฺแตกต่างกันที่เนียตเท่านั้น เช่น ถ้าเป็นอุมเราะฮฺให้เนียตว่า ข้าพเจ้าครองอิฮฺรอมอุมเราะฮฺตะมัตตุอฺสำหรับฮัจญะตุลอิสลามกุรบะตันอิลัลลอฮฺ และถ้าเป็นฮัจญฺให้เนียตว่า ข้าพเจ้าครองอิฮฺรอมสำหรับฮัจญะตุลอิสลามกุรบะตันอิลัลลอฮฺ

-ช่วงเวลาสำหรับอิฮฺรอม หลังจากเสร็จอุมเราะฮฺจนกระทั่งก่อนการวุกูฟที่อะเราะฟะฮฺของบ่ายวันที่ ๙ ซุลฮิจญฺเพียงเล็กน้อย

-สถานที่ครองอิฮฺรอม เมืองมักกะฮฺโดยให้นับเขตเมืองตามสมัยแรก (ไม่ใช่มักกะฮฺในปัจจุที่ได้ขยายเมืองกว้างขึ้น) ถึงแม้ว่าเป็นมุซตะฮับให้ครองอิฮฺรอมในเขตฮิจรุลอิสมาอีล หรือใกล้กับมะกอมอิบรอฮีม
การกระทำทั้งหมดตั้งแต่ครองอิฮฺรอมไปจนถึงการขว้างเสาหินเป็นอิบาดะฮฺ เหมือนกับนะมาซและอิบาดะฮฺอื่นที่ต้องเนียตเพื่อเชื่อฟังปฏิบัติตามพระบัญชาของอัลลอฮฺ (ซบ.) และการกระทำทั้งหมดที่ฮะรอมขณะที่ครองอิฮฺรอมอุมเราะฮฺ ก็เป็นฮะรอมสำหรับฮัจญฺเช่นกัน

๒. การวุกูฟในอะเราะฟะฮฺ

ฮุจญาจหลังจากครองอิฮฺรอมที่มักกะฮฺแล้ว ต้องเดินทางไปยังอะเราะฟะฮฺเพื่อวุกูฟ (หยุดพัก)

๑.จุดประสงค์ของการวุกูฟ คือฮุจญาจทั้งหมดต้องหยุดพักที่ทุ่งอะเราะฟะฮฺ ไม่ว่าจะอยู่บนรถ เดิน นั่ง หรือนอนก็ตาม

๑. ช่วงเวลาของการวุกูฟ เป็นอิฮฺติยาฏวาญิบให้วุกูฟตั้งแต่บ่ายวันที่ ๙ ซุลฮิจญฺ ไปจนถึงมัฆริบ ดังนั้น เมื่ออะซานซุฮรฺได้ถูกประกาศขึ้น ฮุจญาจต้องเนียตว่า ข้าพเจ้าวุกูฟ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺสำหรับฮัจญะตุลอิสลาม กุรบะตันอิลัลลอฮฺ

๒. การวุกูฟ ณ อาเราะฟะฮฺ และอะอฺมาลอื่น ๆ ของฮัจญฺ (ยกเว้นนะมาซและเฏาะวาฟ) ไม่จำเป็นต้องทำวุฎูอฺ หรือฆุซลฺ แต่เป็นมุซตะฮับให้ทำ

๓. ไม่มีการกระทำใดในอาเราะฟะฮฺเป็นวาญิบ ยกเว้นวุกูฟ (การหยุด) ณ ที่นั้น แต่เป็นมุซตะฮับอย่างมากบนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ ๆ ดีที่สุดที่ดุอาอฺจะถูกตอบรับ และดุอาอฺที่ดีที่สุดที่สมควรอ่าน ณ ที่นั้นคือดุอาอฺอะเราะฟะฮฺของท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) และอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ.)

๓.การวุกูฟในมัชอะรุลฮะรอม

หลังจากมัฆริบของวันที่ ๙ ได้ผ่านไป (ค่ำอีดกุรบาน) ฮุจญาจทุกคนต้องออกจากอะเราะฟะฮฺ โดยมุ่งหน้าไปยัง มัชอะรุลฮะรอมเพื่อปฏิบัติอะมัลฮัจญฺในขั้นตอนต่อไป

๑.เมื่อฮุจญาจได้มาถึงมัชอะรุลฮะรอม[๙] เป็นอิฮฺติยาฏวาญิบ คืนนั้น (ค่ำวันที่ ๑๐) ต้องค้างแรมอยู่ที่นั่นจนถึงอะซานซุบฮฺเพื่อเชื่อฟังปฏิบัติตามพระบัญชาของพระองค์ และตั้งแต่อะซาบซุบฮฺต้องเนียตวุกูฟในมัชอะรุลฮะรอมไปจนถึงดวงอาทิตย์ขึ้น (ข้าพเจ้าวุกูฟในมัชอะรุลฮะรอมสำหรับฮัจญะตุลอิสลามกุรบะตันอิลัลลอฮฺ)

๒. ไม่มีการกระทำใดในมัชอะรุลฮะรอมเป็นวาญิบ นอกจากการวุกูฟ ณ ที่นั้น ถึงแม้ว่าเป็นมุซตะฮับอย่างมากให้กล่าวซิกรุลลอฮฺ หรือให้รวบรวมก้อนหินเล็ก ๆ เพื่อเตรียมไว้สำหรับการขว้างเสาหินต้นสุดท้ายในวันรุ่งขึ้นก็ตาม

๔.ขว้างเสาหิน หรือ ร็อมย์ ญุมเราะฮฺ อะเกาะบะฮฺ

๑. หลังจากดวงอาทิตย์ของวันที่ ๑๐ (วันอีด) ขึ้นแล้ว บรรดาฮุจญาจทุกคนต้องออกจากมัชอะรุลฮะรอม โดยมุ่งหน้าไปยังมินา[๑๐]เพื่อปฏิบัติอะมัลฮัจญฺที่เหลือ

การกระทำในวันอีดที่มินา

-ร็อมย์ ญุมเราะฮฺอะเกาะบะฮฺ[๑๑]
-การทำกุรบาน (เชือดพลี)
-ฮัลกฺ (โกนศีรษะหรือตัดเพียงเล็กน้อย)

๒. เมื่อฮุจญาจได้ออกจากมัชอะรุลฮะรอม และเริ่มเข้าสู่มินา ซึ่งสุดเขตแดนของมินาจะมีเสาหินตั้งเรียงกันอยู่ ๓ ต้น เสาต้นแรกเรียกว่า ญุมเราะฮฺอูลา ต้นที่สองเรียกว่า ญุมเราะฮฺวุซฏอ และต้นที่สุดท้ายเรียกว่า ญุมเราะฮฺอุกบาอฺ หรืออะเกาะบะฮฺ การกระทำที่เป็นวาญิบอันดับแรกในมินา หรือในวันอีดคือ การขว้างเสาหินต้นสุดท้าย ๗ ก้อน (ร็อมย์ ญุมเราะฮฺอะเกาะบะฮฺ)

๓. ต้องขว้างหินทั้ง ๗ ก้อนให้โดนเสา แต่ไม่จำเป็นต้องขว้างให้โดนต่อเนื่องกันทั้ง ๗ ก้อนหมายถึง ๒ ก้อนแรกอาจจะโดนส่วนก้อนที่ ๓ ไม่โดน ก้อนที่ ๔ โดน ดังนั้นถือว่าขว้างโดนเพียง ๓ ก้อน และกรณีที่สงสัยว่าขว้างโดนทั้ง ๗ ก้อนหรือไม่ ฉะนั้นต้องขว้างจนกว่าจะมั่นใจว่าโดนทั้ง ๗ ก้อน

๔. หินที่ใช้ขว้างต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้..

- ต้องไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป ซึ่งโดยปรกตินะมีขนาดเท่ากับนิ้วหัวแม่มือ
- ต้องเป็นก้อนหินที่เก็บจากพื้นที่ของฮะรอม เช่น มัชอะรุลฮะรอม มินา หรือมักกะฮฺ
- ต้องไม่เป็นหินที่ใช้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตนเองหรือผู้อื่น
- ต้องเป็นหินที่ได้รับอนุญาต

๕. สตรี[๑๒] เด็ก คนชรา และคนป่วย สามารถออกจากมัชอะรุลฮะรอมหลังจากเที่ยงคืน และก่อนอะซานซุบฮฺได้ และถ้าไม่สามารถขว้างเสาหิน (ร็อมย์ญุมเราะฮฺอะเกาะบะฮฺ) ในตอนเช้าได้ ** อนุญาตให้ขว้างในตอนกลางคืนที่ไปถึงมินา
** อายะตุลลอฮฺ ซีสตานีผู้ที่ไม่สบายหรือมีอุปสรรคอย่างอื่น ไม่สามารถขว้างเสาหินได้ด้วยตัวเอง ต้องให้ตัวแทนไปขว้างแทน

๕. กุรบาน

๑.หลังจากขว้างเสาหิน (ร็อมย์ญุมเราะอะเกาะบะฮฺ) เรียบร้อยแล้ว ฮุจญาจต้องมุ่งหน้าไปสู่สถานที่ทำกุรบาน (เชือดสัตว์) เพื่อเชือดแพะ แกะ วัว หรืออูฐอย่างใดอย่างหนึ่ง (ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมของทุนทรัพย์)

๒. สัตว์ที่ใช้ทำกุรบานนั้นต้องมีเงื่อนไขครบสมบูรณ์ ตามที่กล่าวไว้ในหนังสือริซาละฮฺ หรือมะนาซิกุลฮจญฺ ดังนั้นเป็นความจำเป็นสำหรับผู้ที่ไปเลือกสัตว์ทำกุรบาน ต้องทราบเงื่อนไขของสัตว์อย่างดี ซึ่งเงื่อนไขทีกำหนดไว้มีดังต่อไปนี้

- ต้องเป็นสัตว์ที่แข็งแรงปราศจากอาการป่วยใข้
- ต้องไม่ใช่สัตว์ที่แก่เกินไป **
** อายะตุลลอฮฺ ซีสตานี เป็นอิฮฺติยาฏวาญิบต้องไม่ใช่สัตว์ที่แก่
** อายะตุลลอฮฺ คอเมเนอี ต้องไม่ใช่สัตว์แก่ มิใช่เงื่อนไขของกุรบาน

- ต้องเป็นสัตว์ที่มีร่างกายสมบูรณ์ (อวัยวะครบทุกส่วนมิใช่ปากแหว่ง หรือหูขาด)
- ต้องไม่ใช่สัตว์ตาบอด หรือขาพิการ
- ต้องไม่ใช่สัตว์ที่หางขาด หรือก้อนไขมันที่ก้นถูกตัดขาด
- ต้องไม่ใช่สัตว์หูขาด หรือเขาหัก
- ต้องไม่ใช่สัตว์ที่ผอมเกินไป
- ต้องไม่ใช่สัตว์ที่ถูกตอน
-ต้องเป็นสัตว์ที่มีอายุครบสมบูรณ์ตามเกณฑ์

๓. หลังจากทำกุรบานแล้ว ฮุจญาจสงสัยว่าสัตว์ที่เชือดไปนั้นมีเงื่อนไขครบสมบูรณ์หรือไม่ ไม่จำเป็นต้องใส่ใจในความสงสัย

๔. ฮุจญาจที่ยังไม่ได้ฮัลกฺ หรือตักซีร หรือยังไม่ได้ทำกุรบานให้ตนเอง สามารถทำกุรบานแทนคนอื่นได้

๖. ฮัลกฺหรือตักซีร

๑. หลังจากทำกุรบานแล้ว ฮุจญาจต้องโกนศีรษะ (ถ้าเป็นฮัจญฺครั้งแรก) หรือตัดเล็บ หรือตัดผมเล็กน้อย

๒. หลังจากฮัลกฺแล้ว สิ่งที่เป็นฮะรอมขณะครองอิฮฺรอมจะฮะลาลทั้งหมด ยกเว้นการร่วมหลับนอนระหว่างสามีกับภรรยา หรือการใช้เครื่องหอมทุกชนิด ซึ่งสิ่งนี้จะฮะลาลก็ต่อเมื่อได้กระทำขั้นตอนส่วนที่เหลือครบสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ หลังจากฮัลกฺ (โกนศีรษะ) หรือตักซีรแล้วฮุจญาจสามารถเปลื้องชุดอิฮฺรอมออกและสวมใส่เสื้อผ้าชุดธรรมดาได้

๓. สำหรับฮุจญาจที่บำเพ็ญฮัจญฺเป็นครั้งแรก อิฮฺติยาฏวาญิบ ** ให้โกนศีรษะ ตักซีรอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่สำหรับฮุจญาจที่ใช่ครั้งแรกสามาถตักซีรหรือโกนศีรษะก็ได้
** อายะตุลลอฮฺ คอเมเนอียฺ เป็นอิฮฺติยาฏมุซตะฮับ

๔. สำหรับสตรีต้องตักซีรอย่างเดียว (ตัดเล็บ หรือขลิบผมเล็กน้อย)

๕. สถานที่ฮัลกฺหรือตักซีรคือมินา

๖. ช่วงเวลาที่ต้องฮัลกฺหรือตักซีรสามารถปล่อยเวลาให้ล่าออกไปจนถึงวันที่ ๑๓ ซิลฮิจญฺ ได้ แม้ว่าเป็นอิฮฺติยาฏมุซตะฮับ ให้ทำในวันอีดก็ตาม

๗. ถ้าฮุจญาจได้มอบตัวแทนให้ทำกุรบานแทน ถ้าตัวแทนยังไม่ได้ทำกุรบานเขาไม่สามารถฮัลกฺหรือตักซีรได้เด็ดขาด ต้องรอจนกว่าจะมั่นใจว่าตัวแทนได้กุรบานเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นจึงฮัลกฺหรือตักซีร

๘. ฮุจญาจที่ตนเองยังไม่ได้ฮัลกฺหรือตักซีร ไม่สามารถตัดหรือโกนผมให้ฮุจญาจคนอื่นได้