โองการที่สี่: مَالِكِ يَومِ الدِّين

ความหมาย: ผู้ทรงสิทธิ์ในวันตอบแทน

คำอธิบาย: คำว่า "ดีน"ใช้ในความหมายต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

๑. ประมวลข้อบัญญัติ และกฎหมายของอัลลอฮฺ (ซบ.) ดังอายะฮฺที่ว่า
ِنَّ الدَِينَ عِندَ اللّهِ الا سلام(๑.)

๒.การปฏิบัติตามและการจงรักภักดี ดังอายะฮฺที่ว่า
لِلّهِ الدِّّينُ الخالِصُ (๒)

๓.การสอบสวนและการตอบแทนดังอายะฮฺที่ว่า مَا لِكِ يَوم ِالدّين

คำว่า يَوم ِ الدِّين ในอัล - กุรอานหมายถึงวันกิยามะฮฺซึ่งเป็นวันแห่งการโทษและตอบแทน ดังอายะฮฺที่กล่าว

يَسئَلُونَ اَيَّان يَومُ الدِّينِ(๓)
ความว่า "พวกเขาจะถามว่าเมื่อใดเล่าที่วันกิยามะฮฺจะอุบัติขึ้น"

หรือดังในอายะ ฮฺหนึ่งที่แนะนำวันกิยามะฮฺไว้ว่า

ثُمَّ مَا اَدْرَاكَ مَا يَومُ الدِّينِ اَلدِّيْنَ يَومَ لاَ تَمْلِكُ نَفْسُ لِنَفْسٍ شَيْئًا وَالأَمْرُ يَوْمَ ئِذٍ لِلَّهِ
ความว่า "สิ่งใดหรือที่ทำให้เจ้ารู้ว่าวันแห่งดีน (กิยามะฮฺ) คือวันอะไรเป็นวันที่ชีวิตหนึ่งไม่มีสิทธิที่จะยังประโยชน์ใด ๆ แก่อีกชีวิตหนึ่ง และในวันนั้นการตัดสินและการบัญชาการทั้งหมดเป็นของอัลลอฮฺ"(๔)

ถึงแม้ว่าอัลลอฮฺ (ซบ.) จะเป็นผู้ทรงสิทธิที่แท้จริงเหนือทุกสรรพสิ่งในทุกกาลเวลาก็ตาม แตทว่าการมีกรรมสิทธิ์ของพระองค์ในวันกิยามฮฺและวันแห่งการฟื้นคืนชีพนั้นมี ลักษณะที่แตกต่างออกไป กล่าวคือในวันกิยามะฮฺสื่อกลางเพื่อการเจรจาไกล่ เกลี่ยและสัมพันธภาพต่าง ๆจะขาดสะบั้นลงดังที่อัล-กุรอานกล่าวว่า

وَ تَقَطَّعَتْ بِهِمُ الاَسْبَاب(๕)
สายตระกูลจะสิ้นสุดลง(๖)

فَلاَ اَنْسَابَ بَيْنَهُمْ
ทรัพย์สมบัติ และลูกหลานจะไม่อำนวยประโยชน์ใด ๆ(๗)

لاَ يَنْفَعُ مَالُ وَلاَ بَنُوْنَ
อีกทั้งเครือญาติก็ไม่อาจอำนวยประชยชน์ใด ๆ ได้เลย(๘)

لَن تَنْفَعَكُمْ اَرْحَامُكٌمْ
และในท้ายที่สุดแม้แต่ลิ้นก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้สรรหาถ้อยคำมาแก้ตัว และสมองก็จะไม่มีโอกาสในการวางแผนการใด ๆ ทางรอดทางเดียวเท่านั้นที่ยังคงเหลืออยู่นั้น คือความเมตตาของอัลลอฮฺ (ซบ.) ผู้ทรงสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในวันกิยามะฮฺ

บทเรียนและประเด็นสำคัญจากอายะฮฺ

๑. อายะฮฺนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการเตือนสำทับ แต่ด้วยกับการที่อายะฮฺถูกใช้คู่กับอายะฮฺ اَلرَّحْمنِ الرَّحِيْمِ จึงทำให้รู้ว่าการแจ้งข่าวดีนั้นจำเป็นต้องควบคู่กับการเตือนสำทับ นัยดังกล่าวปรากฏอยู่ในอีกอายะฮฺหนึ่งที่ว่า

نَبِّئْ عِبَادِى أَنِّى أَنَا غَفُوْرُ الرَّ حِيْمُ وَ أنَّ عَذَا بِى هُوَ العَذَابُ الاَ لِيْمُ
ความว่า "เจ้าจงแจ้งแก่ปวงบ่าวของข้าให้รู้เถิดว่า แท้จริงข้าเป็นผุ้ให้อภัยอีกทั้งเมตตายิ่ง แต่ทว่าการลงโทษของข้าก็แสนสาหัสด้วยเช่นกัน" (๙)

ในทำนองเดียวกันอัลลอฮฺ (ชบ.) ได้ทรงกล่าวถึงคุณลักษณะของพระองค์พระองค์ ไว้ในอีกอายะฮ.หนึ่งว่า

قَابِلِ التَّوْبَ شَدِيْدِ العِقَابِ
ความว่า "พระองค์คือผู้ทรงรับการลุกกะโทษ (จากปวงบ่าวผู้สำนึกผิด) และพระองค์คือผู้ทรงลงโทษอย่างรุนแรง (แก่เหล่าคนบาป) (๑๐)

๒. การครอบครองกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ (ซบฺ) หมายรวมถึงการมีอำนาจอธิปไตยของพระองค์ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากผู้ทรงสิทธิที่แท้จริงนั้นย่อมมีอำนาจสิทธิขาดในสิ่งที่ อยู่ภายใต้กรรมสิทธิ์ของตนเอง ดังอายะฮฺที่ว่า

قُلِ اللَّهٌمَّ مَالِكُ المُلْكِ
ความว่า "จงกล่าวเถิด โอ้ อัลลอฮฺพระองค์คือผู้ทรงสิทธิ์ในอำนาจการปกครองทั้งมวล"(๑๑)
แต่ทว่ากรรมสิทธิ์ของมนุษย์ซึ่งถือเป็นกรรมสิทธิ์ที่สมมติขึ้นนั้นอยู่ นอกเหนืออำนาจสิทธิขาดของเขา

๓. การครอบครองกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ. (ชบ.) ได้ถูกกล่าวไว้ในซูเราะฮฺแรกของอัล กุรอาน مَا لِكِ يَوْمِ الدِّينِ ส่วนการมีอำนาจอธิปไตยของพระองค์นั้นได้ถูกกล่าวไว้ในซูเราะฮฺสุดท้าย مَلِكِ النَّاسِ

๔.อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงคู่ควรต่อการเคารพภักดี การกรรเสริญ และการขอบคุณในแง่มุมต่าง ๆ เช่น ความสมบูรณ์ของแก่นแท้ (ซาด) และคุณลักษณะต่าง ๆ ของพระองค์ เนื่องจากพระองค์คือ اَللَّه ความ เอื้ออารีและการอภิบาลของพระองค์เนื่องจากพระองค์คือ رَبِّ العَا لِمِيْنَ ความหวัง และการรอคอยของเราต่อการได้รับความเมตตาจากพระองค์เนื่องจาก พระองค์ คือ َلرَّحِمنِ الرَّحِيْمِ และพลังอำนาจอีกทั้งความน่าเกรงขามของพระองค์เนื่องจากพระอังค์คือ

مَالِكِ يَومِ الدِّينِ



เชิงอรรถ
๑." แท้จริง ดีน ณ อัลลอฮฺคืออิสลาม"(อาลิอิมรอน ๑๙)
๒. "ดีน อันบริสุทธิ์(การงานอันบริสุทธิ์) นั้นเพึ่ออัลลอฮฺ ( อัช-ซุมัรฺ ๓)
๓. ชูเราะฮฺ อัช-ชาริยาด๑๒)
๔.ชูเราะฮอัล . อินฟิฏอรฺ ๑๘-๑๙
๕.ชูเราะฮฺอัล - บะเกาะเราะฮฺ ๑๖๖
๖.ชูเราะฮฺ อัล มุอมินน ๑๐๑
๗. ซูเราะฮฺ อัช- ชุอะรออฺ ๘๘.
๘.ชูเราะฮฺอัล-มุมตะหินะฮฺ ๓
๙. ชูเราะฮฺอัล-หิจรฺ ๔๙-๕๐
๑๐ ซูเราะฮฺ.อัล-ฆอฟิรฺ( อัล-มุอฺมิน)๓
๑๑. ชูเราะฮฺ อาลิอิมรอน ๒๖



ขอขอบคุณเว็บไซต์ อัชชีอะฮฺ