ประมวลบทบัญญัติเกี่ยวกับการถือศีลอด
 
กฎเกณฑ์เกี่ยวกับการถือศีลอด

สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นเพียงเงื่อนไขบางส่วนที่จำเป็นต้องรับรู้ มิใช่เงื่อนไขทั้งหมดของการถือศีลอด

การถือศีลอดคือ การละเว้นการกิน การดื่มตั้งแต่ก่อนอะซานศุบฮฺจนถึงอะซานมัฆริบ

เงื่อนไขที่ศีลอดเป็นวาญิบ

๑.ต้องบรรลุนิติภาวะตามศาสนบัญญัติ

ศีลอดจึงไม่เป็นข้อบังคับสำหรับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามศาสน บัญญัติ (เด็กผู้ชายต้องมีอายุ ๑๕ ปีบริบูรณ์หรือมีสัญลักษณ์อื่นๆ ส่วนเด็กผู้หญิงต้องมีอายุครบเก้าปีบริบูรณ์)

๒. ต้องมีสติสัมปชัญญะครบบริบูรณ์

ศีลอดจึงไม่เป็นข้อบังคับสำหรับคนที่วิกลจริต แม้ว่าอาการวิกลจริตจะเกิดขึ้นชั่วขณะหนึ่งในเวลากลางวันก็ตาม

๓. ผู้ที่ไม่ได้เดินทางไกล

หมายถึงบุคคลที่มีสถานที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งและต้องพักอยู่ ณ สถานที่ของตนไม่น้อยกว่าสิบวัน

ดังนั้นผู้ที่เดินทางไกล หรือพำนักอยู่ ณ ที่หนึ่งที่ใดไม่เกินสิบวันเขาจึงไม่สามารถถือศีลอดได้ และนมาซของเขาต้องทำแบบย่อ (นมาซสี่ร่อกะอัตให้ทำแค่สองร่อกะอัต)

แต่กรณีที่จำเป็นต้องเดินทางไกล เขาสามารถเดินทางได้หลังจากอะซานซุฮฺร์ ถือว่าศีลอดไม่เสีย

และถ้าเขาสามารถเดินทางกลับมาถึงที่พักของตนได้ก่อนอะซานซุฮฺร์ของวันใหม่ เขาสามารถถือศีลอดต่อได้ (กรณีที่ยังไม่ได้กระทำในสิ่งที่เป็นสาเหตุทำให้ศีลอดเสีย)

๔.ต้องไม่เมาหรือหมดสติ

๕.ต้องไม่ใช่ผู้เจ็บป่วย

เพราะการถือศีลอดอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพกรณีที่ไม่สบาย

๖.ต้องไม่มีรอบเดือนหรือมีเลือดหลังจากการคลอดบุตร

ดังนั้น บุคคลใดก็ตามที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กล่าว่าเป็นวาญิบสำหรับเขาต้องถือศีลอด



เงื่อนไขที่ถูกต้องของศีลอด

เงื่อนไขที่ถูกต้องหมายถึง การถือศีลอดของบุคคลที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ถือว่าถูกต้องตามศาสนบัญญัติ

๑.ต้องไม่ใช่คนวิกลจริต

๒.ต้องไม่อยู่ในสภาพที่หมดสติหรือมึนเมา

๓.ต้องไม่เจ็บป่วย

๔.ต้องไม่เป็นผู้เดินทางไกล

๕.ต้องสะอาดปราศจากรอบเดือนหรือเลือดหลังการคลอดบุตร

๖.ต้องไม่อยู่ในสภาพมีญุนูบ (หลังจากอสุจิได้เคลื่อนออกมาแล้วยังไม่ได้อาบน้ำตามศาสนบัญญัติ

๗.ต้องมีอายุถึงวัยบาลิฆ (บรรลุนิติภาวะตามศาสนบัญญัติ)

๘.ต้องเป็นผู้ศรัทธา (มุอ์มิน)



สิ่งที่เป็นสาเหตุทำให้ศีลอดเสีย

หมายถึง ผู้ถือศีลอดคนใดคนหนึ่งได้กระทำในสิ่งดังต่อไปนี้ถือว่า ศีลอดของเขาเสียทันที

และจะต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลังจากเดือนร่อมะฎอนได้ผ่านพ้นไปแล้ว สิ่งที่ทำให้ศีลอดเสียมี ๑๐ ประการดังต่อไปนี้

๑-๒. ตั้งใจกินและดื่ม ไม่ว่าจะมีปริมาณมากหรือน้อยก็ตาม

๓. การร่วมประเวณี ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

๔. เจตนากล่าวเท็จที่พาดพิงไปยังอัลลอฮฺ (ซบ.) ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) บรรดาอิมามมะอฺซูม (อ.) รวมไปถึงท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (อ.) และบรรดาศาสดาทั้งหลาย

เช่นกล่าวว่า อัลลอฮฺ (ซบ.) ตรัสว่า".." โดยไม่มีอยู่จริงในอัล-กุรอาน..หรือกล่าวว่า ท่านศาสดา หรือบรรดาอิมามมะอฺซูมสั่งให้ทำ...ซึ่งไม่มีอยู่จริงและไม่มีหลักฐานยืนยันคำพูดนั้น

๕. ตั้งใจดำน้ำโดยให้ศีรษะทั้งหมดอยู่ใต้น้ำ

๖. ตั้งใจปล่อยให้ฝุ่นละออง หรือควัน หรือไอน้ำที่หนาแน่นเข้าไปในลำคอ

๗. ตั้งใจคงสภาพการมีญูนุบ (หมายถึงภายหลังจากได้ร่วมหลับนอนกับภรรยา หรือหลังจากที่อสุจิได้เคลื่อนออกมาแล้ว)โดยไม่ได้อาบน้ำตามศาสนบัญญัติกระทั่งถึงเวลานมาซซุบฮิ หรือแม้แต่จะไม่ตั้งใจคงสภาพดังกล่าว แต่เป็นเพราะหลงลืม ก็ถือถือว่าศีลอดเสียและ ต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลัง

๘. การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง (อิสติมนาอ์) อันเป็นสาเหตุให้อสุจิเคลื่อนออกมา รวมทั้งกรณีของผู้หญิง

๙. การสวนทวารด้วยของเหลวทุกชนิด

๑๐. การตั้งใจอาเจียน




บางประเด็นเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้ศีลอดเสีย

๑.ไม่อนุญาตให้กลืนเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟัน ถ้าหากกลืนลงไปเป็นสาเหตุทำให้ศีลอดเสีย

๒.อนุญาตให้บ้วนปาก ล้างจมูก และชิมอาหารได้แต่จะต้องไม่ลงไปถึงลำคอ

๓.อนุญาตให้กลืนน้ำลายที่ไม่มีเศษอาหาร หรือน้ำลายที่ยังไม่ได้กระทบกับสิ่งอื่นภายนอกปาก

๔.อนุญาตให้ฉีดยา (ต้องไม่ใช่วิตามินบำรุง หรือยาบำรุงที่ทำให้รู้สึกอิ่ม)หยอดยาที่ตาหรือหู

๕.ถ้าลืมไปว่าถือศีลอด และเขาได้กินหรือดื่มถือว่าศีลอดไม่เสียแต่ถ้านึกได้เมื่อใดต้องคายอาหารและ เครื่องดื่มนั้นทันที

๖.ไม่อนุญาตให้หลับนอนกับภรรยาในเวลากลางคืน ถ้าหากรู้ว่ามีเวลาไม่พอสำหรับการทำฆุสลฺญินาบะฮฺหรือทำตะยัมมุม

๗.ถ้าอสุจิได้เคลื่อนออกมา และไม่สามารถอาบน้ำญินาบะฮฺก่อนอะซานศุบฮฺได้ ดังนั้นเป็นวาญิบให้ทำตะยัมมุมแทนการอาบน้ำฆุสลฺ

๘.กรณีที่หญิงหมดรอบเดือนหรือเลือดหลังการคลอดบุตรก่อนอะซานศุบฮฺ จำเป็นต้องรีบทำฆุสลฺ ถ้าหากเธอปล่อยทิ้งไว้จนกระทั่งถึงเวลาอะซาน

กฎของเธอเหมือนกับผู้ที่ตั้งใจคงสภาพญินาบะฮฺจนถึงอะซานศุบฮฺ ศีลอดของเธอเสียและต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลัง

๙.ถ้าตั้งใจละศีลอดในตอนกลางวัน ถือว่าศีลอดเสียและเขาต้องถืออด (อิมซาก) ไปจนถึงช่วงพระอาทิตย์ตกดิน



บุคคลที่ศีลอดไม่เป็นวาญิบสำหรับเขา

บุคคลที่ศีลอดไม่เป็นวาญิบสำหรับเขา แต่ต้องมีการปฏิบัติอย่างอื่นเพื่อเป็นการชดเชยได้แก่

๑.ชายและหญิงชรา

ถ้าหากทั้งสองไม่สามารถถือศีลอดได้ เนื่องจากความยากลำบาก หรืออาจมีอันตรายต่อสุขภาพได้ ดังนั้น ให้ทั้งสองจ่ายศ่อดะเกาะฮฺทดแทนทุกวันที่ไม่ได้ถือศีลอด เป็นอาหารจำนวน 750 กรัม

๒.หญิงที่มีรอบเดือนหรือเลือดหลังการคลอดบุตร

ให้เธอละศีลอดขณะที่เธอได้เห็นเลือด แม้ว่าจะก่อนอะซานมัฆริบเพียงเล็กน้อยก็ตาม และให้ถือศีลอดชดใช้ภายหลังจากเดือนร่อมะฎอนตามจำนวนวันที่ได้ขาดไป

๓.บุคคลที่มีความกระหายอย่างรุนแรง

หมายถึงบุคคลที่กระหายน้ำอย่างรุนแรง และการถือศีลอดเป็นความลำบากอย่างยิ่งสำหรับเขา หรืออาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น ให้เขาบริจาคอาหารจำนวน 750 กรัม และต้องถือศีลอดชดใช้ ถ้าหากเขามีความสามารถในภายหลัง

๔.หญิงตั้งครรภ์

การถือศีลอดอาจมีผลกระทบหรือเป็นอันตรายต่อทารกที่อยู่ในครรภ์หรือต่อตัว เธอเอง อนุญาตให้เธอไม่ต้องถือศีลอดได้ แต่ต้องชดใช้ภายหลัง และต้องบริจาคอาหารจำนวน 750 กรัมทุกวันตามจำนวนวันที่ขาด

๕.แม่ลูกอ่อนที่มีน้ำนมน้อย

ถ้าหากเธอเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อทารกหรือต่อตัวเธอ ถือว่าอนุญาตให้เธอไม่ต้องถือศีลอดในช่วงนั้น แต่ต้องถือศีลอดชดใช้ในภายหลังและต้องจ่ายอาหารจำนวน 750 กรัม

เงื่อนไขการเดินทางไกล

การเดินทางไกลที่เป็นสาเหตุให้ไม่อาจถือศีลอดได้นั้นมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

๑.การเดินทางที่เป็นสาเหตุให้เขาต้องทำนมาซย่อ (นมาซที่มีสี่ร่อกะอัตให้ทำแค่สองร่อกะอัต) ซึ่งเขาต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลังจากเดือนร่อมะฎอนได้ผ่านพ้นไป

๒.ไม่อนุญาตให้ผู้เดินทางถือศีลอด เว้นเสียแต่ว่าเขาได้เดินทางหลังจากอะซานซุฮฺร์ซึ่งเขาต้องถือศีลอดต่อ เนื่องไปตลอดไม่อนุญาตให้ละศีลอด

๓.ถ้าเดินทางออกจากที่พักก่อนอะซานซุฮฺร์ถือว่าศีลอดเสีย

๔.ถ้าตั้งใจจะออกเดินทางตั้งแต่ตอนกลางคืน กรณีนี้ต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลังเช่นกัน

๕.ถ้ากลับถึงที่พักก่อนอะซานซุฮฺร์และยังไม่ได้กระทำในสิ่งที่เป็นสาเหตุ ทำให้ศีลอดเสีย ดังนั้น เป็นวาญิบเขาต้องถือศีลอดในวันนั้น

๖.ถ้ากลับถึงที่พักหลังจากอะซานซุฮฺร์ ไม่ว่าเขาจะทำในสิ่งที่เป็นสาเหตุทำให้ศีลอดเสียหรือไม่ก็ตามถือว่าศีลอดของ เขาเสียและต้องถืออด (อิมซาก) ไปจนถึงอะซานมัฆริบพร้อมทั้งต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลัง

๗.ระยะทางของการเดินทางทั้งไปและกลับคือ ๔๔ กิโลเมตร ดังนั้นถ้าเขาเดินทางไปถึงระยะทางดังกล่าวเขาต้องละศีลอด และต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลังจากนั้น

แต่ต้องไม่ใช่การเดินทางไปเพื่อกระทำในความผิดบาป เช่น ทำซินา ลักขโมย การเดินทางเช่นนี้ต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลัง

๘.บุคคลที่มีอาชีพเดินทางเช่นบุคคลที่สถานที่ทำงานอยู่คนละเมืองกับที่ พักอาศัย หรือคนขับรถ ขับเครื่องบิน หรือครู-นักเรียน เขาต้องถือศีลอด



การชดใช้ศีลอด

การถือศีลอดชดใช้ของบุคคลดังต่อไปนี้ถือเป็นวาญิบ

๑.บุคคลที่ได้ละศีลอดในเดือนร่อมะฎอน เนื่องจากป่วย หรือเดินทางไกล

๒.บุคคลที่ถูกบังคับให้ละศีลอดในเดือนร่อมะฎอน หรือมีเหตุจำเป็นต้องละศีลอด

๓.สตรีมีรอบเดือนขณะถือศีลอดในเดือนร่อมะฎอน

๔.มีเจตนาที่จะทำให้ศีลอดเดือนร่อมะฎอนเสีย แต่ยังไม่ได้กระทำถือว่าศีลอดเสียและต้องถือศีลอดชดใช้

๕.ผู้ที่รับประทานอาหารจนถึงอะซานศุบฮฺในเดือนร่อมะฎอนโดยไม่ได้คำนึงถึงเวลา

๖.เขาได้ทำการละศีลอดตามคำบอกกล่าวของคนอื่น ต่อมารู้ว่ายังไม่ถึงเวลาละศีลอด ดังนั้นเขาต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลัง

๗.ถ้ามีคนบอกว่าถึงเวลาอะซานศุบฮฺแล้ว แต่เขาคิดว่าพูดเล่นและได้กระทำในสิ่งที่เป็นสาเหตุทำให้ศีลอดเสีย ต่อมารู้ว่าเป็นเวลาอะซานศุบฮฺจริง ดังนั้น เขาต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลัง

๘.เขาได้ละศีลอดด้วยกับความมั่นใจว่าถึงเวลาแล้ว เนื่องจากอากาศมืดครึ้ม แต่ต่อมารู้ว่ายังไม่ถึงเวลาละศีลอด ดังนั้น เขาต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลัง

๙.ถ้าได้บ้วนปากหรือใช้น้ำเพื่อความสดชื่นและอื่น ๆ และน้ำได้ไหลลงคอโดยไม่ได้เจตนา ดังนั้น เป็นวาญิบต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลัง

๑๐. ผู้ที่ได้ฝันโดยมีอสุจิเคลื่อนออกมา แล้วได้ตื่นขึ้นหลังจากนั้นได้นอนหลับไปอีกโดยตั้งใจว่าจะทำฆุสลฺหลังจากตื่นนอนอีกครั้ง แต่เขาได้นอนหลับจนกระทั่งนมาซศุบฮฺได้ผ่านพ้นไป ดังนั้น เป็นวาญิบต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลัง

๑๑. ถ้าลืมอาบน้ำฆุสลฺญินาบะฮฺเป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน เป็นวาญิบต้องถือศีลอดชดใช้เท่าจำนวนวันที่ผ่านมา

๑๒. ถ้ามีเจตนาว่าจะละศีลอด หรือไม่แน่ใจว่าจะถือศีลอดต่อไปหรือไม่ แต่ยังไม่ได้ทำสิ่งที่เป็นสาเหตุทำให้ศีลอดเสียถือว่าศีลอดไม่ถูกต้อง เป็นวาญิบต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลัง

๑๓. สำหรับเด็ก คนวิกลจริต คนหมดสติ และการฟิรฺโดยกำเนิด ไม่จำเป็นต้องถือศีลอดชดใช้ที่เขาไม่ได้ถือในช่วงนั้น

๑๔. สำหรับผู้ที่มึนเมาในขณะถือศีลอด ต้องถือศีลอดชดใช้ในภายหลัง

๑๕. สำหรับคนป่วยที่อาการป่วยของเขาไม่ได้ต่อเนื่องจนถึงเดือนร่อมะฎอนปีต่อมา เป็นวาญิบต้องถือศีลอดชดใช้




การจ่ายกัฟฟาเราะฮฺ

กัฟฟาเราะฮฺหมายถึงอะไร การกระทำที่เปรียบเสมือนการไถ่โทษต่อสิ่งที่เขาได้กระทำขัดแย้งกับบทบัญญัติทางศาสนา

วิธีการจ่ายกัฟฟาเราะฮฺมีสามวิธีดังนี้

๑.ปลดปล่อยทาสให้เป็นอิสระ ๑ คน

๒.ถือศีลอดอย่างต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา ๒ เดือนติดต่อกัน

๓.บริจาคอาหารแก่คนยากจนจำนวน ๖๐ คน คนละ 750 กรัมโดยประมาณ



สำหรับการจ่ายกัฟฟาเราะฮฺนั้นสามารถเลือกจ่ายหนึ่งในสามได้ขึ้นอยู่กับ ความผิดที่ผู้นั้นได้กระทำ แต่ในบางครั้งจำเป็นต้องจ่ายรวมทั้งสามอย่าง

๑.ถ้าหากมีเจตนากระทำในสิ่งที่เป็นสาเหตุทำให้ศีลอดเสีย เป็นวาญิบต้องจ่ายหนึ่งกัฟฟาเราะฮฺพร้อมกับถือศีลอดชดใช้

๒.ถ้าหากในค่ำคืนเดือนร่อมะฎอนได้หลับนอนกับภรรยา หรืออสุจิได้เคลื่อนออกมาเนื่องจากฝันและตั้งใจไม่ทำฆุสลฺก่อนอะซานศุบฮฺ หรือคิดว่าจะตื่นนอนก่อนอะซานศุบฮฺแต่ตั้งใจไม่ทำฆุสลฺ หรือไม่แน่ใจว่าจะทำฆุสลฺหรือไม่ แล้วในที่สุดเขาไม่ได้ทำฆุสลฺหลังจากตื่นนอน ดังนั้น เป็นวาญิบต้องจ่ายหนึ่งกัฟฟาเราะฮฺพร้อมกับถือศีลอดชดใช้



กรณีที่ต้องจ่ายกัฟฟาเราะฮฺรวม

ถ้าบุคคลใดบังคับภรรยาให้ละศีลอดด้วยการร่วมประเวณี โดยที่ภรรยาไม่ได้ยินยอม ดังนั้น เขาต้องจ่ายกัฟฟาเราะฮฺรวมทั้งของตนเองและของภรรยาพร้อมกับถูกเฆี่ยนอีก ๒๕ ที

กรณีที่ต้องจ่ายกัฟฟาเราะฮฺรวมทั้ง ๓ อย่าง

ถ้าเจตนาละศีลอดเดือนร่อมะฎอน ด้วยการกระทำสิ่งที่เป็นหะรอมเช่น ทำซินา หรือดื่มสุราทั้งที่กำลังถือศีลอดอยู่ ดังนั้นเป็นวาญิบต้องจ่ายกัฟฟาเราะฮฺรวมทั้งสามอย่างและต้องถือศีลอดชดใช้ด้วย






ขอขอบคุณเว็บไซต์อัชชีอะฮ์